โปรแกรม Ultraformer III (อัลตร้าฟอเมอร์ ทรี) นวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิว ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ในบทความนี้หมอจะมาแนะนำ 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับหัตถการดังกล่าว สำหรับพวกเราที่กำลังสนใจอยากทำโปรแกรม Ultraformer III ค่ะ
1) อัลตร้าฟอเมอร์ ทรี (Ultraformer III) คือเทคโนโลยีอะไร ปลอดภัยไหม
โปรแกรม Ultraformer III เป็นเทคโนโลยี Micro and Macro Focused Ultrasound (MMFU) ที่ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงลงลึกในชั้นผิว เพื่อสร้างความร้อนระดับประมาณ 65–70°C ในจุดเล็ก ๆ ใต้ผิว พลังงานนี้จะไปกระตุ้นผิวหนังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า ทำให้ผิวเกิดการหดตัวและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
ในแง่ความปลอดภัยโปรแกรม Ultraformer III เป็น เครื่องที่ได้มาตรฐานจากทั้ง อย.ไทย และเกาหลี เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แบบ non-invasive ไม่มีแผล มีความแม่นยำของพลังงานทำให้ยิงได้ตรงชั้นผิว
อย่างไรก็ตามความเสี่ยงจะเกิดขึ้นหากใช้เครื่องปลอม หรือทำโดยผู้ไม่มีความชำนาญ เพราะฉะนั้นการตรวจสอบมาตรฐานคลินิกจึงเป็นสิ่งสำคัญซึ่งส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย
2) โปรแกรม Ultraformer III ช่วยอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร?
โปรแกรม Ultraformer III คือนวัตกรรมที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ในการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจนเหมือนเดิม
โดยจะช่วยให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น กระชับขึ้น และโครงหน้าชัดขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเปลี่ยนหน้าแบบทันที ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่อยากดูดีขึ้นในเวอร์ชันของตัวเอง
ผลลัพธ์สามารถแก้ปัญหาได้ค่อนข้างครอบคลุม โดยเฉพาะปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยในระดับเล็กถึงกลาง ซึ่งสามารถสรุปเป็นจุดเด่นหลักได้ดังนี้
- ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เช่น แก้มตก เหนียง หรือกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัด โดยพลังงานจะช่วยดึงโครงสร้างผิวให้กระชับขึ้น ทำให้หน้าดูยกขึ้นแบบเป็นธรรมชาติและไม่แข็ง
- ปรับหน้าเรียวและเก็บรายละเอียดรูปหน้า โดยเฉพาะบริเวณแก้มและใต้คางที่มีไขมันสะสม ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงและได้สัดส่วนมากขึ้น
- สลายไขมันสะสมใต้ผิวในระดับหนึ่ง เช่น บริเวณแก้ม เหนียง หรือใต้คาง ซึ่งช่วยให้โครงหน้าดูคมขึ้นและลดความหนาของใบหน้า
- กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต เพราะโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น
- ลดริ้วรอยตื้น เช่น ร่องแก้ม หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และรอบดวงตา โดยจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามการฟื้นฟูของผิว
- ยกบริเวณคิ้วและหนังตาที่ตก ทำให้ดวงตาดูเปิดและสดใสมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด
นอกจากใบหน้าแล้วยังสามารถใช้กับผิวบริเวณอื่นของร่างกายได้ เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา โดยหลักการทำงานยังคงเป็นการยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในแต่ละบริเวณและแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเพื่อเลือกแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ
3) ทำไมโปรแกรม อัลตร้าฟอเมอร์ ต้องมีแพทย์เป็นผู้ทำหัตถการให้
แม้ว่าโปรแกรม Ultraformer III จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง จึงต้องทำโดยแพทย์ทื่ผ่านการฝึกฝน และมีประการณ์สูง โดยเหตุผลหลักที่ต้องทำโดยแพทย์มีดังนี้
- การวินิจฉัยโครงสร้างหน้า: แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคล และวางแผนว่าต้องใช้หัวยิงความลึกระดับใด เช่น 1.5 mm 3.0 mm หรือ 4.5 mm เพื่อให้ยกกระชับได้ดีที่สุดในแต่ละจุด
- การตั้งค่าพลังงานที่แม่นยำ: การปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับความหนาของผิวและไขมันในแต่ละจุดบนใบหน้า เป็นสิ่งสำคัญมากทั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและเพื่อลดความเจ็บปวด
- ลดความเสี่ยงผิวเบิร์น: หากเครื่องมือไม่ได้มาตรฐานหรือผู้ทำขาดความชำนาญ อาจทำให้พลังงานไม่คงที่ หรือยิงในจุดที่อันตราย
- การยิงถึงชั้น SMAS ได้จริง: โปรแกรม Ultraformer III ต้องยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคที่ถูกต้อง
- แก้ปัญหาอย่างตรงจุด: แพทย์จะรู้ว่าบริเวณใดควรเน้นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการลดเหนียง ยกกระชับกรอบหน้า หรือลดริ้วรอยรอบดวงตา เพื่อให้เห็นผลลัพธ์สูงสุด
ดังนั้นแม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและมีความปลอดภัยสูงในเชิงเทคโนโลยี แต่ผลลัพธ์จริงจะขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก ฉะนั้นการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนที่คุ้มค่าและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ
4) โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ ทำแล้วเห็นผลตอนไหน อยู่ได้นานกี่เดือน
หลังทำโปรแกรม Ultraformer III จะเริ่มเห็นการยกกระชับของผิวทันทีประมาณ 10–20% แต่ผลลัพธ์หลักของหัตถการนี้จะไม่ได้จบแค่วันทำ เพราะกลไกสำคัญคือการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้น กระชับขึ้น และดูดีขึ้นตามเวลา โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลเต็มที่ในช่วงประมาณ 2–3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงาน
ในแง่ของระยะเวลาผลลัพธ์จะอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลตัวเองหลังทำ โดยเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจน เช่น การโดนแสงแดดเป็นประจำ การสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์ ในทางกลับกัน หากดูแลผิวดีและหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ ผลลัพธ์ก็มีแนวโน้มจะอยู่ได้นานขึ้น ดังนั้นการดูแลหลังทำจึงมีผลต่อความคุ้มค่าในระยะยาวค่ะ
สามารถสรุปรายละเอียดสำคัญได้ดังนี้ค่ะ
- เห็นผลเมื่อไหร่: หลังทำทันทีประมาณ 10–20% โดยเห็นผลเต็มที่ใน 2–3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- อยู่ได้นานแค่ไหน: โดยเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองของแต่ละคน
- ควรทำซ้ำเมื่อไหร่: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำทุกประมาณ 6 เดือน เพื่อคงความกระชับและรักษาระดับคอลลาเจนให้ต่อเนื่อง
- ลักษณะผลลัพธ์: ผิวจะดูแน่นขึ้น ยกกระชับขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และริ้วรอยตื้นดูจางลง โดยเป็นผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่มีผลต่อการทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะรังสี UV เป็นตัวเร่งการสลายคอลลาเจน
- ลดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพผิวและการฟื้นฟูของคอลลาเจน
- ดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การใช้สกินแคร์ที่เหมาะสมหรือการทำหัตถการเสริม
- เลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้พลังงานลงลึกและมีประสิทธิภาพตั้งแต่แรก
5) การเตรียมตัวก่อน-หลัง ทำโปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์
แม้โปรแกรม Ultraformer III จะไม่ต้องเตรียมตัวมากเหมือนการผ่าตัด แต่การดูแลก่อนและหลังทำมีผลต่อคุณภาพของผลลัพธ์อย่างชัดเจนค่ะ
ก่อนทำ
- เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและแพทย์มีประสบการณ์ มีตัวตนชัดเจน ตรวจสอบได้จริง
- แจ้งประวัติหัตถการที่เคยทำ เช่น ร้อยไหม ฟิลเลอร์ โบท็อก หรือเครื่องยกกระชับอื่นๆ
- แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ทานเป็นประจำ ประวัติแพ้ยา และภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- แจ้งความต้องการและสิ่งที่กังวล เช่น อยากเน้นกรอบหน้า เหนียง หรือยกแก้ม เพื่อให้แพทย์วางแผนได้ตรงจุด
หลังทำ
- ทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพราะรังสี UV ส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูคอลลาเจนโดยตรง
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือกดทับผิวหน้าในช่วงแรก
- หากรู้สึกระบมสามารถประคบเย็นเบาๆ ได้
6) ทำอัลตร้าฟอเมอร์ พร้อมกับหัตถการอื่นได้ไหม
โปรแกรม Ultraformer III สามารถทำร่วมกับหลายหัตถการ ขึ้นอยู่กับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน หัตถการที่สามารถทำร่วมกันได้ เช่น
- โบท็อก โดยมักแนะนำให้ทำ Ultraformer ก่อนเพื่อยกกรอบหน้า จากนั้นค่อยฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดกล้ามเนื้อและเก็บรายละเอียด เช่น ลดกรามหรือริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
- ฟิลเลอร์ สามารถทำร่วมกันได้ แต่ควรระวังเรื่องลำดับและระยะเวลา หากเพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาใหม่ อาจต้องเว้นระยะก่อนทำ Ultraformer เพราะพลังงานความร้อนอาจมีผลต่อการสลายตัวของฟิลเลอร์ได้ในบางกรณี
- เมโสแฟต เหมาะกับการทำร่วมกันในเคสที่มีไขมันสะสม เพราะ Ultraformer จะช่วยยกกระชับ ส่วนเมโสแฟตจะช่วยสลายไขมันเฉพาะจุด ทำให้รูปหน้าดูเล็กและคมขึ้น
- ร้อยไหม (Thread Lift) สามารถทำร่วมกันได้ในเคสที่ต้องการผลลัพธ์ยกกระชับที่ชัดขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น โดยไหมจะช่วยยกทันที ส่วน Ultraformer จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว
- เครื่องยกกระชับอื่น Thermage หรือ Oligio สามารถทำร่วมกันได้ เนื่องจากทำงานคนละชั้นผิว โดย Ultraformer เน้นชั้นลึกระดับ SMAS ส่วน Thermage และ Oligio จะเน้นกระชับผิวชั้นตื้นถึงกลาง ทำให้ผลลัพธ์ครอบคลุมมากขึ้น
7) คนท้องหรือให้นมลูก ทำโปรแกรม Ultraformer III ได้ไหม?
คนที่กำลังตั้งครรภ์ กับ ให้นมลูก แยกเป็นสองกรณี สามารถอธิบายได้ดังนี้ค่ะ
- คนท้อง: ไม่แนะนำให้ทำ แม้เทคโนโลยีจะไม่อันตรายโดยตรง แต่ความเจ็บและความร้อนอาจกระตุ้นร่างกายได้ แม้ยังไม่มีการศึกษาความปลอดภัยที่ชัดเจน ก็แนะนำให้ควรหลีกเลี่ยงหัตถการที่ไม่จำเป็นในช่วงตั้งครรภ์
- ผู้ให้นมบุตร: สามารถทำได้ เพราะไม่มีการใช้สารฉีดและไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำนม แต่ควรประเมินกับแพทย์ก่อนทุกครั้ง
8) ดูรีวิวจากคนที่เคยทำอัลตร้าฟอเมอร์
ด้านล่างนี้เป็นรีวิวหลังทำอัลตร้าฟอเมอร์บางส่วนจากลูกค้า ที่หมอได้มาจากกลุ่ม FB รวมรีวิวของเมกะคลินิก
9) ค่าใช้จ่ายในการทำโปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ ราคาเท่าไหร่
โปรแกรม Ultraformer III ราคาเริ่มต้นที่:
- 200 shot ราคา 6,990.-
- 400 shot ราคา 11,900.-
- 600 shot ราคา 17,900.-
- 800 shot ราคา 21,800.-
- 1200 shot ราคา 31,700.-
10) ทำโปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ ที่ไหนดี ในกรุงเทพ-ปริมณฑล
การเลือกคลินิกเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์มากที่สุดค่ะ ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะแม้จะใช้เครื่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์สามารถต่างกันได้มากขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์ผู้ทำ สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกคลินิก มีดังนี้ค่ะ
- ใช้เครื่องแท้นำเข้าจากเกาหลี ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์นี้ https://paragoncareth.com
- ได้รับการรับรองจาก อย. ไทยและเกาหลี
- มีแพทย์เป็นผู้ทำหัตถการเท่านั้น และมีประสบการณ์ด้านการยกกระชับโดยตรง
- มีการประเมินโครงหน้าก่อนทำ ไม่ยิงช็อตมากเกินความจำเป็น
- มีการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ไม่ใช้สูตรสำเร็จกับทุกคน
MEGA CLINIC มี 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่
- คลินิกความงาม กรุงเทพมหานคร MEGA CLINIC สยามสแควร์
BTS สยาม ตั้งอยู่ตรงลานโล่งข้างร้านอาหารอินเตอร์ จอดรถหน้าคลินิกได้ - คลินิกความงาม นนทบุรี MEGA CLINIC เซ็นทรัลเวสต์เกต
MRT ตลาดบางใหญ่ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 2 โซนเซ็นทรัล - คลินิกความงาม ลาดพร้าว MEGA CLINIC เซ็นทรัลลาดพร้าว
BTS ห้าแยกลาดพร้าว/MRT พหลโยธิน อยู่ในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 9 ใช้ลิฟต์ประตู C - คลินิกความงาม รังสิต ปทุมธานี MEGA CLINIC ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
อยู่ในห้างฟิวเจอร์รังสิต ชั้น G ในโรบินสัน ข้างร้าน Watsons - คลินิกความงาม ปากน้ำ ศรีนครินทร์ MEGA CLINIC ปากน้ำ
BTS ศรีนครินทร์ ติดบันไดทางออก 4 จอดรถหน้าคลินิกได้
สามารถทักสอบถามเจ้าหน้าที่แอดมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดหัตถการ และสำรองคิวล่วงหน้าได้ทาง LINE Official: @megaclinic (มี @) โดยคลิกที่ปุ่มแอดไลน์สีเขียวด้านล่างหน้าจอได้เช่นกัน