หลายคนอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับโปรแกรม Juvelook (จูวีลุค) มาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าควรฉีดดีไหม วันนี้หมอเลยอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักโปรแกรม Juvelook อย่างละเอียด ทั้งเรื่องของราคา ประโยชน์ และบริเวณที่สามารถฉีดได้ เพื่อไปประกอบการตัดสินใจว่าเหมาะกับเราหรือไม่
โปรแกรม Juvelook ราคาเท่าไหร่? ใช้กี่ cc ถึงคุ้ม
ราคาโปรแกรม Juvelook
- เริ่มต้น 2 CC ขึ้นไป 2,900.- / CC
- เมื่อซื้อ 6 CC เหลือ 2,650.- / CC
- ขั้นต่ำ 2 CC ต่อ 1 บริเวณ
- สามารถแบ่งทำกับเพื่อนได้
การเลือกจำนวน cc ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและการประเมินของแพทย์
จองด่วน!
โปรแกรม Juvelook ช่วยอะไร
ก่อนที่จะไปดูว่าช่วยอะไรบ้าง เพื่อเป็นการทบทวนหมอขออธิบายคร่าวๆก่อนว่า โปรแกรม Juvelook คือ Collagen Booster ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผิวเกิดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีส่วนประกอบสำคัญสองอย่างคือ Poly D,L Lactic Acid (PDLLA) และ HA
หลายคนสงสัยว่าโปรแกรม Juvelook ช่วยอะไร คำถามนี้เป็นคำถามที่มือใหม่ต่างให้ความสนใจเป็นอันดับแรก โดยหมอจะสรุปเป็นข้อๆดังนี้
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
- ลดริ้วรอยเล็กๆ ใต้ตาที่สารเติมเต็มอื่นเข้าไม่ถึง
- ใครที่มีร่องลึก รอยพับที่คอ คอเป็นเส้น คอเป็นรอยพับ หลังฉีดรอยจะดูจางลง
- ลดรอยแตกรายตามร่างกายได้
- ช่วยปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขน
ศึกษาเพิ่มเติม
โปรแกรม Juvelook ฉีดตรงไหนได้บ้าง
ด้วยคำว่า Collagen Booster จึงทำให้หลายคนคิดว่าโปรแกรม Juvelook คงเหมือนผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆที่ฉีดได้แค่ใบหน้าเท่านั้น แต่ความจริงแล้วสามารถฉีดได้หลายบริเวณ ดังนี้
- ริ้วรอยใต้ตา
- คอเป็นรอยพับ
- ท้องลาย ขาแตกลาย ปรับ
- สภาพผิวทั่วหน้า
รายละเอียดแต่ละจุดเป็นยังไง เรามาดูกันเลยค่ะ
ริ้วรอยใต้ตา
ดวงตาเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่มีริ้วรอยอยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ตีนกา ร่องใต้ตา หรือแม้แต่ปัญหาความหมองคล้ำ โดยแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นมักมีวิธีแก้ไขที่ต่างกัน เช่น ฉีดโปรแกรมโบท็อกริ้วรอย หรือฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา แต่แม้ว่าจะฉีดโบท็อกหรือฉีดฟิลเลอร์แล้ว ก็ยังคงเหลือริ้วเล็กๆ ใต้ตาทิ้งไว้
ด้วยอนุภาคของ PDLLA และ HA ที่มีขนาดเล็กเพียง 10-40 ไมโครเมตร จึงสามารถเข้าไปเก็บรายละเอียดริ้วเล็กๆใต้ตาให้ดูตื้นขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยให้ความคล้ำใต้ตาดูจางลงด้วย
คอเป็นรอยพับ
เส้นขีดๆที่คอ เกิดจากหลายสาเหตุทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน แต่หนึ่งในนั้นเกิดจากพฤติกรรมที่เราก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานาน จนคอเป็นรอยพับ
โดยรอยพับที่คอนี้สามารถมีได้ทุกคน หากใครกังวลไม่มั่นใจ อยากมีคอที่เรียบเนียน สามารถฉีดโปรแกรม Juvelook เพื่อให้เส้นที่คอนี้ดูตื้นขึ้น จางลง
ท้องลาย ขาแตกลาย
ปัญหาใหญ่ที่ทำให้สาวๆ ไม่มั่นใจอย่างมาก ก็คือปัญหาผิวไม่เรียบเนียน มีรอยแตกลายอยู่ตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ขาแตกลาย ท้องแตกลาย หรือก้นแตกลาย สามารถจัดการได้ด้วยโปรแกรม Juvelook ซึ่งคุณสมบัติลดรอยแตกลาย นับว่าเป็นหนึ่งจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนี้เลยก็ว่าได้
เมื่อฉีดเข้าไป HA จะเริ่มทำงานเติมริ้วเล็กๆให้อิ่มฟูขึ้นทันที จากนั้น PDLLA ก็ได้เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวที่มีรอยแตกลาย มีร่องลึกดูตื้นขึ้นและจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ปรับสภาพผิวทั่วหน้า
นอกจากจะฉีดในจุดต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว ยังสามารถฉีดทั่วบริเวณใบหน้าได้เช่นกันโปรแกรม Juvelook จะช่วยเติมเต็มคอลลาเจนให้ผิวดูสุขภาพดี ให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และอ่อนเยาว์ขึ้น
โปรแกรม Juvelook ฉีดกี่ครั้ง อยู่ได้นานไหม
ฉีด Juvelook หนึ่งครั้งสามารถอยู่ได้นานถึง 12 สัปดาห์ สามารถฉีดกระตุ้นซ้ำทุกเดือนติดต่อกัน 3 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน 1ปี-1ปีครึ่ง หลังจากนั้นสามารถกระตุ้นซ้ำได้ทุกๆ 6 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล
เตรียมตัวก่อนเข้ารับโปรแกรมฉีด Juvelook
ก่อนโปรแกรมฉีด Juvelook หรือหัตถการอื่นๆ ควรทำการศึกษาให้มาก ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงการเลือกคลินิกความงาม คลินิกที่เลือกควรเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตตรวจรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขถูกต้อง ยาที่ใช้ต้องเป็นยาแท้สั่งตรงจากบริษัทยาโดยเฉพาะ
ที่เมกะคลินิก เป็นคลินิกที่ให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์ชัดเจน ปลอดภัยและมีมาตรฐาน” มีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและกำหนดปริมาณการใช้ยาที่เหมาะสม ก่อนทำหัตถการ สามารถสแกนตรวจสอบยาแท้ได้ และทุกขั้นตอนการทำหัตถการจะมีแพทย์ พยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
โปรแกรม Juvelook vs โปรแกรม Sculptra หัตถการไหนช่วยอะไร
นอกจากโปรแกรม Juvelook แล้ว หลายคนก็คงได้ยินชื่อโปรแกรม Sculptra กันมาพอสมควร เพราะทั้ง 2 หัตถการ ก็สามารถช่วยฟื้นฟูผิวให้ได้ผลลัพธ์หน้าเด็กแบบธรรมชาติ แต่ทั้ง 2 หัตถการนี้แตกต่างกันอย่างไร? ในบทความด้านล่างนี้หมอจะมาเปรียบเทียบ ทั้ง 2 หัตถการนี้เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้น
เป็นอย่างไรบ้างคะ หวังว่าบทความนี้ที่หมอได้เขียนขึ้นมาจะช่วยทุกคนประกอบการตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อย
MEGA CLINIC มี 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่
- คลินิกความงาม กรุงเทพมหานคร MEGA CLINIC สยามสแควร์
BTS สยาม ตั้งอยู่ตรงลานโล่งข้างร้านอาหารอินเตอร์ จอดรถหน้าคลินิกได้ - คลินิกความงาม นนทบุรี MEGA CLINIC เซ็นทรัลเวสต์เกต
MRT ตลาดบางใหญ่ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 2 โซนเซ็นทรัล - คลินิกความงาม ลาดพร้าว MEGA CLINIC เซ็นทรัลลาดพร้าว
BTS ห้าแยกลาดพร้าว/MRT พหลโยธิน อยู่ในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 9 ใช้ลิฟต์ประตู C - คลินิกความงาม รังสิต ปทุมธานี MEGA CLINIC ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
อยู่ในห้างฟิวเจอร์รังสิต ชั้น G ในโรบินสัน ข้างร้าน Watsons - คลินิกความงาม ปากน้ำ ศรีนครินทร์ MEGA CLINIC ปากน้ำ
BTS ศรีนครินทร์ ติดบันไดทางออก 4 จอดรถหน้าคลินิกได้
คลินิกเดินทางสะดวก หาเจอง่าย (ดูแผนที่) ที่นี่เราให้บริการด้านความงามครบวงจร ทั้งโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อก บำรุงผิว ยกกระชับผิวหน้าดูเด็ก ลดอายุชะลอวัย ไปจนถึงโปรแกรมลดน้ำหนักสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีบริการให้ปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สามารถทักสอบถามเจ้าหน้าที่แอดมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดหัตถการ และสำรองคิวล่วงหน้าได้ทาง LINE Official: @megaclinic (มี @) โดยคลิกที่ปุ่มแอดไลน์สีเขียวด้านล่างหน้าจอได้เช่นกัน
แหล่งที่มาข้อมูลเพิ่มเติม:
Poly-d,l-lactic Acid (PDLLA) Application in Dermatology: A Literature Review จาก pubmed.ncbi.nlm.nih.gov
Poly-d,l-lactic Acid (PDLLA) Application in Dermatology: A Literature Review จาก pubmed.ncbi.nlm.nih.gov







