โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก คือการปรับแต่งริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม เป็นทรงชัด ด้วยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (กรดไฮยาลูรอนิก) ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและมีความคงรูป อย่างไรก็ตาม HA ที่ถูกฉีด เข้าไปจะยังไม่สามารถเซตตัวจนกลืนกับผิวบริเวณริมฝีปากได้ในทันที บทความนี้หมอจะมาให้คำตอบว่า ฉีดปากกี่วันเข้าที่ บวมนานไหม แต่ละคนต้องมีวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างไรบ้างค่ะ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน
อาการบวมที่ริมฝีปากจะหายไปได้เองในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 7-14 วัน ส่วนเนื้อ HA จะยังคงต้องใช้เวลาในการเซตตัวกับเนื้อปากอีกประมาณ 1 เดือน ซึ่งก็เป็นการตอบข้อสงสัยได้แล้วว่าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากกี่วันเข้าที่
โดยทั่วไปแล้วหลังฉีดปากเสร็จทันที เราจะพอเริ่มเห็นรูปทรงของริมฝีปากที่เปลี่ยนไปได้บ้าง แต่ยังดูไม่ค่อยชัดเจนเนื่องจากอาการบวมที่จะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส ขึ้นอยู่กับตำแหน่งบนริมฝีปากที่แพทย์ทำการแทงเข็ม จำนวน cc ที่ฉีด และปัจจัยด้านสภาพร่างกายของแต่ละคน
อาการปกติหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
- 1-3 วันแรก เป็นช่วงที่บวมชัดที่สุด อาจมีอาการบวมมาก บวมไม่เท่ากัน หรือมีรอยช้ำร่วมได้ค่ะ
- 3-7 วัน อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง รอยช้ำเริ่มจาง และปากดูเข้ารูปมากขึ้น
- 1 – 2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่เต็มขึ้น ปากดูนิ่มและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดบวมและช่วยให้เข้าที่เร็ว
- ประคบเย็น ใน 24 – 48 ชั่วโมงแรก (ช่วยลดบวมและช้ำ)
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและเข้าที่ดี
- นอนหมอนสูงเล็กน้อย ลดการคั่งของของเหลว
- รับประทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย
- พักผ่อนให้เพียงพอ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
นอกเหนือจากอาการบวมแล้ว ผู้ที่เพิ่งทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากไปอาจรู้สึกตึง ๆ ตุ่ย ๆ บริเวณที่ฉีดได้บ้าง แน่นอน ว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงรอยเข็มรอยช้ำที่ใช้เวลาไม่นานก็จางหายไปได้เหมือนกัน
ก่อน HA ที่ฉีดไปจะเซตตัวเข้าที่ดี หมอมีคำแนะนำ ให้เราปฏิบัติตามเพื่อให้ทั้งอาการบวมตึง และรอยช้ำเข็มหายไวขึ้น ไปจนถึงช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อ HA เสียทรงจากเดิมอีกด้วย ดังนี้ค่ะ
- ให้งดนวด บีบ จูบแบบดูดดื่ม กัดปาก หรือถูริมฝีปากแรง ๆ ไปก่อนจนกว่าเนื้อ HA จะเซตตัวดี เนื่องจากอาจทำให้รู้สึกเจ็บและอาการบวมหายช้าลง
- ไม่ควรบีบหรือพยายามปั้นทรงด้วยตัวเอง หากมีความกังวลเกี่ยวกับทรงปากหลังฉีดให้สอบถามเข้ามากับทางคลินิกโดยตรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่แอดมินประสานงานกับแพทย์ผู้ดูแลเคสต่อไป
- ลดการขยับริมฝีปากเยอะ ๆ ถ้าไม่จำเป็น ในช่วงแรกเพราะอาจทำให้เนื้อ HA ที่ยังไม่กลืนกับผิวดีขยับไปยังจุดข้างเคียง และส่งผลให้ทรงปากดูชัดน้อยลงได้บ้าง
- สามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการตึงได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงยาประเภทแอสไพรินและกลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เพราะส่วนประกอบในตัวยามีผลทำให้รอยช้ำเข็มชัดขึ้นและหายช้า
- งดแอลกอฮอล์และอาหารเสริมบางตัว ที่มีส่วนประกอบของวิตามิน E, วิตามิน K, Fish Oil และ Primrose ออกไปก่อนเพราะก็มีผลข้างเคียงทำให้รอยช้ำเข็มชัดขึ้นและหายช้าด้วยเช่นกัน
- งดทำกิจกรรมที่ต้องสัมผัสความร้อนสูง ได้แก่ การทำเลเซอร์ ซาวน่า และอบไอน้ำ เพราะความร้อนที่อุณหภูมิสูงเป็นปัจจัยที่มีส่วนในการเร่งให้ HA สลายไปไวกว่าปกติ
สำหรับที่เมกะคลินิก เรามีทั้งเจ้าหน้าที่และแพทย์ผู้ดูแลเคสคอยให้คำแนะนำถึงแนวทางการดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลไปนะคะ หากมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมก็สามารถทักถามแอดมินผ่านทุกช่องทางการติดต่อของคลินิกได้ตลอดค่ะ
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานแค่ไหน
แม้ว่าที่ข้างกล่องโปรแกรมฟิลเลอร์จะระบุระยะเวลาเห็นผลไว้นานถึง 18-24 เดือน แต่ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยปัจจัยด้านสภาพร่างกายของแต่ละคน รูปแบบการใช้ชีวิต และที่มีผลที่สุดคือบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะริมฝีปากซึ่งเป็นอวัยวะที่ผิวหนังมีความบอบบางและแทบจะต้องขยับอยู่ตลอดเวลา
นั่นจึงเป็นผลให้ HA ที่ริมฝีปากสลายไปไวกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า ผลลัพธ์หลังฉีดก็เลยอยู่ได้นาน ประมาณ 8-12 เดือนโดยเฉลี่ย
เรฟฉีดปากทรงสวยๆ ที่เมกะคลินิก
สนใจโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
ทุกวันนี้พวกเราหลายคนสามารถเข้าถึงหัตถการประเภทโปรแกรมฟิลเลอร์ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาเห็นผลลัพธ์และการดูแลตัวเองหลังฉีด ถัดไปก็เป็นการตัดสินใจเลือกคลินิกที่จะเข้ารับบริการ
ซึ่งเมกะคลินิกคือผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมฟิลเลอร์ที่มียอดฉีดสูงสุดระดับประเทศ ให้การการันตีโดยบริษัท ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ว่าเมกะคลินิกเป็นผู้สั่งซื้อโปรแกรมฟิลเลอร์ทั้งหมดเองโดยตรง ทุกกล่อง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ
เลือกทรงปากที่อยากได้กับแพทย์ ฟรี
การเลือกทรงปากที่อยากได้ก่อนเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ ที่เมกะคลินิกจะมีขั้นตอนให้เราได้เข้ารับคำปรึษากับแพทย์ อย่างละเอียดแพทย์จะทำการประเมินทรงปากและเนื้อปากเดิมที่มีพร้อมออกแบบทรงปากที่เหมาะสมและเข้ากับรูปหน้าให้ ระหว่างนี้ใครมีแบบปากที่ชอบก็สามารถนำมาให้แพทย์ช่วยดูด้วยได้
ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากที่เมกะคลินิก ข้อดี
- ทีมแพทย์มีความเชี่ยวชาญ ดูแลเคสฉีดมาแล้วกว่า 100,000 เคส
- ได้ปรึกษาและประเมินทรงปากกับแพทย์ฟรี รวมถึงมีนัดติดตามผลหลังฉีด
- คลินิกใช้ผลิตภัณฑ์โปรแกรมฟิลเลอร์แท้ ตรวจสอบก่อนฉีดได้ทุกเคส
- ผู้ที่กังวลหรือกลัวเจ็บ ขอทายาชาก่อนฉีดได้ ฟรี
- เจ้าหน้าที่ของคลินิกยินดีตอบทุกข้อสงสัยทั้งก่อนและหลังฉีด
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคา
ราคาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (ต่อ 1 cc) ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่ใช้ ดังนี้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Neuramis
- Neuramis Deep
- ราคา 4,490.- /cc
- Neuramis Volume
- ราคา 4,990.- /cc
- Restylane Classic
- ราคา 8,990.- /cc
- Restylane Vital Light
- ราคา 9,990.- /cc
- Restylane Lyft
- ราคา 9,990.- /cc
- Restylane Defyne
- ราคา 9,990.- /cc
- Restylane Kysse
- ราคา 9,990.- /cc
- Juvederm Ultra XC
- ราคา 8,990.- /cc
- Juvederm Ultra Plus XC
- ราคา 9,490.- /cc
- Juvederm Volift
- ราคา 9,990.- /cc
- Juvederm Voluma
- ราคา 11,990.-/cc
MEGA CLINIC มี 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่
- คลินิกความงาม กรุงเทพมหานคร MEGA CLINIC สยามสแควร์
BTS สยาม ตั้งอยู่ตรงลานโล่งข้างร้านอาหารอินเตอร์ จอดรถหน้าคลินิกได้ - คลินิกความงาม นนทบุรี MEGA CLINIC เซ็นทรัลเวสต์เกต
MRT ตลาดบางใหญ่ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 2 โซนเซ็นทรัล - คลินิกความงาม ลาดพร้าว MEGA CLINIC เซ็นทรัลลาดพร้าว
BTS ห้าแยกลาดพร้าว/MRT พหลโยธิน อยู่ในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 9 ใช้ลิฟต์ประตู C - คลินิกความงาม รังสิต ปทุมธานี MEGA CLINIC ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
อยู่ในห้างฟิวเจอร์รังสิต ชั้น G ในโรบินสัน ข้างร้าน Watsons - คลินิกความงาม ปากน้ำ ศรีนครินทร์ MEGA CLINIC ปากน้ำ
BTS ศรีนครินทร์ ติดบันไดทางออก 4 จอดรถหน้าคลินิกได้
สามารถทักสอบถามเจ้าหน้าที่แอดมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดหัตถการ และสำรองคิวล่วงหน้าได้ทาง LINE Official: @megaclinic (มี @) โดยคลิกที่ปุ่มแอดไลน์สีเขียวด้านล่างหน้าจอได้เช่นกัน
คลินิกเดินทางสะดวก หาเจอง่าย (ดูแผนที่) ที่นี่เราให้บริการด้านความงามครบวงจร ทั้งโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อก บำรุงผิว ยกกระชับผิวหน้าดูเด็ก ลดอายุชะลอวัย ไปจนถึงโปรแกรมลดน้ำหนักสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีบริการให้ปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย