ค้นหา
ค้นหา

ฟิลเลอร์ Neuramis 5,990.-/cc แอดไลน์เลย!

skinvive ช่วยกู้ผิวหน้าแห้ง

ผิวหน้าแห้งใช้อะไรดี โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์งานผิว Skinvive ดีไหม

พวกเราคนไหนกำลังเจอปัญหาผิวหน้าแห้งแต่งหน้าไม่ติด ผิวดูหมอง ไม่เรียบเนียน แล้วสงสัยว่าผิวหน้าแห้งใช้อะไรดีถึงจะเห็นผลจริง บทความนี้มีคำตอบให้ครบ เพราะนอกจากสกินแคร์และการดูแลผิวทั่วไปแล้ว ยังมีทางเลือกใหม่อย่างโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์งานผิว ที่ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้ผิวได้จากภายในโดยตรง ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น ฉ่ำวาว แต่งหน้าติดผิวง่ายขึ้น พร้อมทั้งลดปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวขาดน้ำ และมีส่วนช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัยได้ในระยะยาว

ผิวหน้าแห้ง ปัญหาที่มากกว่าแค่ความรู้สึกตึงผิว

ผิวหน้าแห้ง คือภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องจนรู้สึกแห้งตึง หยาบกร้าน ขาดความยืดหยุ่น แตกต่างจากผิวขาดน้ำที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราวจากพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม โดยผิวแห้งมักเป็นสภาพผิวถาวรที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นอาจนำไปสู่ปัญหาผิวเรื้อรังในระยะยาว
ผิวหน้าแห้ง

ผิวหน้าแห้ง สาเหตุ

สาเหตุของผิวแห้งมีทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อผิวอย่างต่อเนื่อง เช่น
  • อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตน้ำมันและไขมันตามธรรมชาติน้อยลง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นง่าย
  • สกินแคร์ไม่เหมาะสม อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกระตุ้นหรือมีแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิว
  • แสงแดดและมลภาวะ รังสี UV ส่งผลให้ผิวสูญเสียน้ำเร็วขึ้น และกระตุ้นการทำลายคอลลาเจน
  • พฤติกรรมล้างหน้าผิดวิธี เช่น การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดหรือฟอกหน้าแรง ๆ จะทำให้ผิวแห้งตึงได้ง่าย
  • อากาศแห้งและเครื่องปรับอากาศ การอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ทำให้ความชื้นในผิวระเหยออกไปเร็วขึ้น

ผิวหน้าแห้ง กับปัญหาที่ตามมา

หากปล่อยให้ผิวแห้งต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ต่อไปนี้ตามมาได้
  • ริ้วรอยก่อนวัย ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เกิดริ้วรอยตื้นได้ง่ายแม้อายุยังน้อย
  • ผิวลอกเป็นขุย เป็นสัญญาณว่าผิวแห้งถึงระดับโครงสร้างผิว ทำให้แต่งหน้าไม่ติด ผิวดูไม่เรียบเนียน
  • ผิวไวต่อการระคายเคือง เพราะผิวที่แห้งมักอ่อนแอ ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้ง่ายกว่าปกติ
  • หน้าโทรม ดูไม่สดใส ความชุ่มชื้นที่ลดลงทำให้ผิวดูหมอง ไม่เปล่งปลั่งและอาจส่งผลต่อความมั่นใจ
การเข้าใจและดูแลผิวแห้งตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากอยากให้ผิวกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง

ผิวหน้าแห้งใช้อะไรดี รวมทุกทางเลือกดูแลผิวแห้งจากภายนอก

สกินแคร์กลุ่มที่แนะนำ

การเลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม เป็นวิธีเบื้องต้นที่ช่วยฟื้นฟูและดูแลผิวหน้าแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรมองหาส่วนผสมที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ ซึ่งจะช่วยเติมความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว ไม่ว่าจะเป็น
  • กลุ่มเซราไมด์ (Ceramides) ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว รักษาความชุ่มชื้น และลดการสูญเสียน้ำในผิว เหมาะสำหรับผิวแห้ง ขาดความแข็งแรง หรือแพ้ง่าย
  • กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นได้สูง ช่วยเติมน้ำให้ผิวจากภายนอก ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น
  • กลุ่มไขมันเลียนแบบผิว (Squalane, Shea Butter) ช่วยเคลือบผิว รักษาความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้นาน และลดการระเหยของน้ำออกจากผิวชั้นนอก เหมาะสำหรับสภาพอากาศแห้งหรือช่วงที่ผิวลอกเป็นขุย
สกินแคร์ดูแลผิวหน้าแห้ง

พฤติกรรมดูแลผิวหน้าที่ควรปรับ

สำหรับคำถามที่ว่า ผิวหน้าแห้งใช้อะไรดี นอกจากการเลือกใช้สกินแคร์แล้ว พฤติกรรมการดูแลผิวในชีวิตประจำวันก็มีผลต่อความชุ่มชื้นของผิวเช่นกัน หากใครมีผิวหน้าแห้ง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้
  • หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด น้ำอุ่นอาจล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากผิวมากเกินไป ทำให้ผิวยิ่งแห้งกว่าเดิม
  • หลีกเลี่ยงการเช็ดหน้าแรง ๆ การถูผิวแรง ๆ ด้วยผ้าขนหนูอาจทำให้ผิวระคายเคือง และทำให้ชั้นผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น
  • งดใช้โฟมล้างหน้าที่มีฟองจัดหรือมีสารชำระล้างแรง โฟมประเภทนี้มักมีค่า pH ที่ทำร้ายสมดุลผิว ทำให้ผิวแห้งตึงและอ่อนแอลง
การดูแลผิวหน้าที่ปลอดภัยต่อผิว
แม้การใช้สกินแคร์และการปรับพฤติกรรมจะช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น แต่หากโครงสร้างผิวมีความแห้งเสียจากภายในเพราะอายุหรือปัจจัยสะสม อาจยังไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก อีกวีธีการบำรุงผิวด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ผิวกลับมาดูอิ่มน้ำสุขภาพดีได้ยิ่งกว่า

“โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว Skinvive” ตัวเลือกฟื้นฟูผิวแห้งเสียจากภายใน

โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว คืออะไร

โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว คือโปรแกรมฟิลเลอร์ชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวในระดับตื้น ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าทั่วไปที่ใช้สำหรับเติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้า โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวจะเน้นเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูคุณภาพผิว กระชับรูขุมขน และเสริมความยืดหยุ่นให้ผิวหน้าโดยรวม
เทียบส่วนประกอบสำคัญของ Belotero Revive และ Skinvive
ในปัจจุบันมีโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวหลายแบรนด์ให้เลือก เช่น โปรแกรม Belotero Revive และ โปรแกรม Skinvive โดยแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติ การทำงาน และจุดเด่นเฉพาะ แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือทำให้ผิวดูสดใส สุขภาพดีจากภายใน

โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว Skinvive มีความพิเศษกว่าอย่างไร

โปรแกรม Skinvive (สกินวิฟฟ์) เป็นโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวรุ่นใหม่ล่าสุดจากสหรัฐอเมริกา พัฒนามาจากโปรแกรม Juvederm Volite โดยเน้นปรับสูตรให้สามารถเติมความชุ่มชื้นได้ล้ำลึกและยาวนานยิ่งขึ้น
จุดเด่นของโปรแกรม Skinvive คือการใช้ Hyaluronic Acid (HA) ในรูปแบบ “ไมโครดรอปเล็ต” ซึ่งมีโมเลกุลขนาดเล็กมาก สามารถกระจายตัวใต้ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของ Aquaporin-3 (AQP3) ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Skinvive ช่วยอะไร
การฉีดโปรแกรม Skinvive จึงไม่ใช่แค่การเติมความชุ่มชื้นชั่วคราว เพราะ HA ที่ใช้สามารถดึงดูดและกักเก็บน้ำได้มากถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวเอง นอกจากนี้ AQP3 ยังช่วยลำเลียงกลีเซอรอล (Glycerol) เข้าสู่เซลล์ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน ผิวดูเนียนละเอียด กระจ่างใสขึ้น และให้ผลลัพธ์ยาวนานสูงสุด 6–9 เดือน (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน)

รีวิวงานผิวหลังฉีดโปรแกรม Skinvive โดยลูกค้าเมกะคลินิก

โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว Skinvive ช่วยอะไรบ้าง

โปรแกรม Skinvive ไม่ได้แค่เติมความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพผิวโดยรวมจากปัญหาผิวหน้าแห้งที่ลดลง ซึ่งประโยชน์เด่น ๆ ของโปรแกรม Skinvive นั้นก็ได้แก่
  • ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน ด้วยคุณสมบัติของ HA แบบไมโครดรอปเล็ต ทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีขึ้น รู้สึกผิวแน่น ฉ่ำ และแต่งหน้าติดทนมากขึ้น
  • ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว โกลว์แบบสุขภาพดี ผิวดูมีออร่าเมื่อกระทบแสงโดยไม่ต้องพึ่งไฮไลต์ เพราะว่าโครงสร้างผิวมีความสมดุลของน้ำในชั้นผิว
  • ช่วยลดความมันส่วนเกิน เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันน้อยลง ส่งผลให้หน้ามันน้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยกระชับรูขุมขน ผิวเนียนละเอียด ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้าจึงดูเรียบเนียนขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้
Skinvive เหมาะกับใคร

โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว Skinvive เหมาะกับใคร

โปรแกรม Skinvive เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวขาดชีวิตชีวา แม้ใช้สกินแคร์อย่างดีแล้วก็ยังรู้สึกว่า “ผิวไม่ฟื้น” ได้เท่าที่ควร
ใครที่ควรลองโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว Skinvive
  • คนที่มีผิวแห้งกร้าน โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสได้ถึงผิวตึง ลอกง่าย หรือแต่งหน้าแล้วเป็นคราบ
  • คนที่ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง ต้องการให้ผิวดูละเอียดขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งรองพื้น
  • คนที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม อยากให้ผิวแข็งแรง ดูอิ่มฟูจากภายใน
  • คนที่แต่งหน้าไม่ติด เมคอัพไม่เกาะผิว ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อให้เครื่องสำอางเกาะผิวดีขึ้น
  • คนที่หน้ามันจากผิวขาดน้ำ เมื่อเติมน้ำให้ผิวอย่างเพียงพอ ความมันบนใบหน้าก็จะลดลง
และสำหรับใครที่แม้ว่าจะดูแลผิวเป็นประจำด้วยสกินแคร์ในกลุ่มเซราไมด์, HA หรือไขมันเลียนแบบผิวแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าผิวยังแห้งขาดน้ำอยู่ นั่นแสดงว่าโครงสร้างผิวอาจต้องการการฟื้นฟูจากภายในร่วมด้วย โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว Skinvive จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อย

ผิวหน้าแห้ง กับริ้วรอยก่อนวัย เกี่ยวข้องกันอย่างไร

หลายคนอาจคิดว่าริ้วรอยเกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ในความจริง ผิวหน้าแห้งเป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยเร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเมื่อผิวขาดน้ำ เซลล์ผิวจะขาดความยืดหยุ่น และสูญเสียการทำงานในการป้องกันความเสียหายจากสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากเราไม่ดูแลปัญหาผิวแห้งให้ดีพอ ริ้วรอยเล็ก ๆ ก็จะเริ่มปรากฎ และกลายเป็นริ้วรอยลึกถาวรในอนาคต
คุณสมบัติของฟิลเลอร์งานผิวที่ตอบโจทย์

ถ้าอยากฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว Skinvive เราควรต้องรู้อะไรก่อนบ้าง

ต้องใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ตรวจสอบได้

การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ไม่ว่าจะรุ่นไหนยี่ห้อไหน ทางคลินิกต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และได้รับการรับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะโปรแกรม Skinvive by JUVÉDERM ซึ่งเป็นโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวรุ่นล่าสุดจากอเมริกา พวกเราที่เป็นผู้ใช้บริการก็ควรต้องเลือกฉีดจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
แน่นอนว่า MEGA CLINIC ใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ Skinvive แท้ นำเข้าโดยตรงจาก ALLERGAN (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และให้ลูกค้าตรวจสอบกล่องก่อนฉีดทุกเคสเพื่อความมั่นใจสูงสุด

โปรแกรมฟิลเลอร์ทุกประเภท ควรฉีดโดยแพทย์เท่านั้น

แม้โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวจะดูไม่ได้ซับซ้อนเท่าฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า แต่ก็จำเป็นต้องให้แพทย์ที่มีประสบการณ์เป็นผู้ฉีด เพื่อให้กระจายตัวยาได้อย่างสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงจากการลงเข็มผิดตำแหน่ง หรือผลข้างเคียงต่าง ๆ และยังช่วยวางแผนการฉีดที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ

ควรฉีดโปรแกรม Skinvive ครั้งละกี่เข็ม / กี่ cc

แพทย์จะแนะนำให้ฉีดโปรแกรม Skinvive บริเวณผิวหน้าแก้ม ข้างละ 1 cc รวมเป็น 2 cc ต่อครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมสำหรับหน้าแก้มทั้งสองข้าง โดย 1 กล่อง มี 1 เข็ม บรรจุ 1 cc หากต้องการฉีด 2 cc จะใช้ 2 กล่อง (ข้างละกล่อง)

หลังฉีดโปรแกรม Skinvive เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่

โปรแกรม Skinvive ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายในได้ตั้งแต่ครั้งแรก หลังฉีดภายใน 2 สัปดาห์ จะรู้สึกได้ว่าผิวดูเรียบเนียน จากนั้นใน 4 สัปดาห์ ผิวจะดูฉ่ำวาว เปล่งปลั่ง รูขุมขนกระชับ เมคอัพเกาะผิวได้ดีขึ้น

จำเป็นต้องฉีดโปรแกรม Skinvive ต่อเนื่องไหม

โปรแกรม Skinvive ให้ผลลัพธ์ยาวนานประมาณ 6–9 เดือน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวแต่ละคน หากผิวมีปัญหาชัดเจน เช่น แห้งเสียสะสมมาก ช่วงแรกควรฉีดต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3 เดือน หากพื้นฐานผิวดีอยู่แล้ว สามารถเว้นระยะได้ ทุก 6 เดือน

ดูแลตัวเองหลังฉีดโปรแกรม Skinvive อย่างไร

หลังฉีดอาจมีอาการบวม หรือตุ่มนูนจากตัวยาได้เล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ยุบลงใน 7–14 วัน และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด แนะนำให้ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร จะช่วยให้ Hyaluronic Acid ทำงานได้เต็มที่ และช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นยาวนาน
สนใจฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิว เช็คเลย
โปรแกรม Skinvive ราคาเท่าไหร่
ฉีด skinvive ที่ MEGA CLINIC สาขา สยามสแควร์ เซ็นทรัลเวสต์เกต เซ็นทรัลลาดพร้าว ฟิวเจอร์พาร์ค และ BTS ศรีนครินทร์

สรุป ผิวหน้าแห้งใช้อะไรดี โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวช่วยได้ไหม

สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์หรือไฮยาลูรอนิกอาจช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกับผิวแห้งจากปัจจัยภายนอก แต่หากปัญหาเกิดจากผิวที่แห้งเสียลึกถึงโครงสร้าง การใช้สกินแคร์เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ
โปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวอย่างโปรแกรม Skinvive จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูจากภายใน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับ และแต่งหน้าติดง่ายมากขึ้น
การปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะจะช่วยประเมินได้ว่าผิวของแต่ละคนต้องการการดูแลล้ำลึกแค่ไหน เพื่อให้เลือกหัตถการได้ตรงกับสภาพผิว และได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด
MEGA CLINIC มี 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่
  • คลินิกความงาม กรุงเทพมหานคร MEGA CLINIC สยามสแควร์
    BTS สยาม ตั้งอยู่ตรงลานโล่งข้างร้านอาหารอินเตอร์ จอดรถหน้าคลินิกได้
  • คลินิกความงาม นนทบุรี MEGA CLINIC เซ็นทรัลเวสต์เกต
    MRT ตลาดบางใหญ่ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 2 โซนเซ็นทรัล
  • คลินิกความงาม ลาดพร้าว MEGA CLINIC เซ็นทรัลลาดพร้าว
    BTS ห้าแยกลาดพร้าว/MRT พหลโยธิน อยู่ในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 9 ใช้ลิฟต์ประตู C
  • คลินิกความงาม รังสิต ปทุมธานี MEGA CLINIC ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
    อยู่ในห้างฟิวเจอร์รังสิต ชั้น G ในโรบินสัน ข้างร้าน Watsons
  • คลินิกความงาม ปากน้ำ ศรีนครินทร์ MEGA CLINIC ปากน้ำ
    BTS ศรีนครินทร์ ติดบันไดทางออก 4 จอดรถหน้าคลินิกได้
คลินิกเดินทางสะดวก หาเจอง่าย (ดูแผนที่) ที่นี่เราให้บริการด้านความงามครบวงจร ทั้งโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อก บำรุงผิว ยกกระชับผิวหน้าดูเด็ก ลดอายุชะลอวัย ไปจนถึงโปรแกรมลดน้ำหนักสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีบริการให้ปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สามารถทักสอบถามเจ้าหน้าที่แอดมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดหัตถการ และสำรองคิวล่วงหน้าได้ทาง LINE Official: @megaclinic (มี @) โดยคลิกที่ปุ่มแอดไลน์สีเขียวด้านล่างหน้าจอได้เช่นกัน
แหล่งที่มา: SKINVIVE BY JUVÉDERM จาก skinvivethailand.com
Lasting Glow – SKINVIVE by JUVÉDERM® จาก skinvivebyjuvederm.com/
3 Dangers of Chronically Dry Skin จาก skinworksny.com

ผิวแห้ง ปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้นดูแลอย่างไร จาก siphhospital.com