แม้ว่า “รอยตีนกา” จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของคนอารมณ์ดี ยิ้มเก่ง แต่อย่าลืมว่าผิวรอบดวงตาคือจุดที่บางและเสื่อมสภาพได้ไวที่สุด พอมีรอยตีนกาหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองดูหน้าแก่ หรือดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง
ใครที่เริ่มมีริ้วรอยบริเวณนี้แล้วอยากป้องกันไว้ก่อน ก็ยังมีทางเลือกที่ช่วยได้แบบง่าย สะดวก โดยเห็นผลเร็วและชัดเจน ที่สำคัญคือไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นเลยด้วย
รอยตีนกา คืออะไร? ทำไมถึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าริ้วรอยอื่น
รอยตีนกา (Crow’s Feet) คือริ้วรอยในลักษณะเส้นขีดที่ปรากฏบริเวณหางตา โดยเฉพาะเวลายิ้ม หรือขณะขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตา จุดนี้เป็นบริเวณที่ผิวบางและบอบบางที่สุดของใบหน้า ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย และเป็นจุดแรก ๆ ที่แสดงสัญญาณของวัยก่อนบริเวณอื่น
รอยตีนกาแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ
- รอยตีนกาแบบตื้น
มักปรากฏเฉพาะเวลายิ้มหรือหัวเราะ และยังไม่ฝังแน่น เป็นระยะเริ่มต้นของการเกิดริ้วรอย หากเริ่มดูแลตั้งแต่ตอนนี้ มักตอบสนองต่อการรักษาหรือทำหัตถการ อย่างโปรแกรมฉีดโบท็อก และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ได้ดี - รอยตีนกาแบบลึก
จะสังเกตเห็นได้ชัดแม้ในขณะหน้าตรง ไม่แสดงสีหน้า เส้นร่องเริ่มฝังแน่นลึกลงในผิว อาจต้องอาศัยการดูแลในอีกระดับ เช่น การผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า
รอยตีนกา เกิดจากอะไรได้บ้าง?
รอยตีนกาเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
- อายุที่เพิ่มขึ้น ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินตามธรรมชาติ ทำให้ความยืดหยุ่นลดลง ริ้วรอยจึงเกิดง่าย
- แสงแดดและรังสี UV ตัวการสำคัญที่ทำลายผิวลึกถึงโครงสร้าง สะสมไปนาน ๆ ทำให้ริ้วรอยหางตาปรากฏเร็วกว่าปกติ
- การขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตาบ่อย เช่น ยิ้ม หัวเราะ หรือหยีตา กล้ามเนื้อที่ใช้ซ้ำบ่อยจะทำให้เกิดรอยพับบนผิวถาวร เป็นเหมือนกันกับบริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง
- พฤติกรรมที่กระตุ้นการเกิดริ้วรอย เช่น ขยี้ตาบ่อย ใช้มือถูรอบดวงตา หรือแม้แต่การนอนตะแคงกดทับหน้าเป็นประจำ
- ผิวแห้งและขาดคอลลาเจน ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะยิ่งแสดงริ้วรอยได้ชัดเจนขึ้น และทำให้ตีนกาดูลึก
รอยตีนกา มีแล้วดีหรือไม่ดี? มุมมองเรื่องอารมณ์และอายุผิว
รอยตีนกาเป็นริ้วรอยที่สะท้อนถึงคนที่ยิ้มเก่ง อัธยาศัยดี และมีบุคลิกเป็นมิตร แต่นั่นก็เป็นเพียงมุมมองหนึ่ง เพราะรอยตีนกาที่เด่นชัดเกินไป โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้แสดงสีหน้า อาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย โทรม หรือแก่กว่าวัยจริงได้
เมื่อรอยตีนกาเริ่มลึก อาจกลับกลายเป็นจุดที่ทำให้ใบหน้าเสียสมดุล และแต่งหน้ายากขึ้น เพราะเครื่องสำอางตกร่องจนเห็นชัด ทำให้ความมั่นใจลดลง โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องทำงานที่ใช้หน้าตา หรือต้องพบปะผู้คนบ่อย รอยตีนกาชัด ๆ อาจส่งผลต่อความมั่นใจไม่น้อยเลย
รอยตีนกา แก้ได้ไหม? มีวิธีไหนบ้าง?
ทุกวันนี้มีหลายแนวทางในการดูแลและลดเลือนรอยตีนกาให้ดูจางลงหรือหายไปได้ หากเลือกวิธีในแบบที่เหมาะสมกับผิวและวัยของตัวเอง
สกินแคร์และการบำรุงผิวรอบดวงตา
การใช้สกินแคร์เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยฟื้นฟูและป้องกันการเกิดรอยตีนกาได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเน้นออกฤทธิ์ซ่อมแซมผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น
- เปปไทด์ (Peptides): ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว ลดเลือนริ้วรอยตื้น
- เรตินอล (Retinol): กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และเสริมการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide): ลดความหมองคล้ำรอบดวงตา และช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
- ไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid): เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดรอยแห้งลอกที่เป็นตัวเร่งริ้วรอย
อย่างไรก็ตาม สกินแคร์จะช่วยในด้าน “การชะลอ” และ “ป้องกัน” มากกว่าการลดเลือนริ้วรอยลึกที่เกิดขึ้นแล้ว หากรอยตีนกาที่เรามีนั้นชัดและลึกจนสังเกตได้แม้ไม่แสดงสีหน้า อาจต้องพิจารณาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โปรแกรมฉีดโบท็อกลดรอยตีนกา ทางเลือกที่เห็นผลเร็วและตรงจุด
โปรแกรมฉีดโบท็อกริ้วรอยคืออะไร
หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการลดเลือนรอยตีนกาคือโปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox) ซึ่งมีชื่อเต็มว่า Botulinum Toxin Type A ที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นริ้วรอย เช่น หางตา หน้าผาก หรือหว่างคิ้ว
โปรแกรมฉีดโบท็อกยังสามารถใช้กับบริเวณอื่น ๆ ได้อีก เช่น ลดกรามหน้าเรียว ลิฟต์กรอบหน้า ลดปีกจมูก รัดแกน เก็บสันจมูก คลายคางบุ๋ม ฉีดรักแร้เพื่อลดเหงื่อ ฉีดลดกล้ามน่องให้ดูเรียวขึ้น
อ่านต่อเพิ่มเติม: โปรแกรมฉีดโบท็อก ช่วยอะไร-อยู่ได้นานไหม? ฉีดตรงไหนบนใบหน้าได้บ้าง?
ด้วยประสิทธิภาพที่รวดเร็ว เห็นผลจริง และปลอดภัยสูงหากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โปรแกรมฉีดโบท็อกจึงกลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่คนจำนวนมากเลือกใช้เมื่อต้องการลดรอยตีนกาอย่างเห็นผล
โปรแกรมฉีดโบท็อกช่วยลดรอยตีนกาได้ยังไง
โปรแกรมฉีดโบท็อกริ้วรอย ทำงานโดยช่วยคลายการทำงานของกล้ามเนื้อที่อยู่รอบดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยตีนกาที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น การยิ้มและหัวเราะ
เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณนั้นไม่หดตัวแรงเหมือนเดิม ริ้วรอยก็จะค่อย ๆ จางลง และยังช่วยชะลอไม่ให้รอยลึกขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ริ้วรอยแบบไหนที่โปรแกรมฉีดโบท็อกช่วยได้
โปรแกรมฉีดโบท็อกจะให้ผลดีที่สุดกับริ้วรอยตีนกาแบบที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ หรือเรียกว่า “Dynamic Wrinkles” ซึ่งมักปรากฏให้เห็นตอนยิ้มหรือหัวเราะ
- หากรอยตีนกาเป็นเส้นบาง ๆ ที่เห็นเฉพาะตอนแสดงสีหน้า การฉีดโบท็อกจะช่วยให้หายเกือบหมดได้เลย
- หากรอยตีนกาเริ่มเห็นชัด แม้ไม่ได้ยิ้ม โบท็อกจะช่วยลดความลึก และป้องกันไม่ให้รอยฝังลึกมากขึ้น
- ส่วนรอยตีนกาแบบลึก (Static Wrinkles) ที่เกิดจากผิวเสื่อมสภาพไปแล้ว โบท็อกจะช่วยให้รอยดูจางลงได้บางส่วน ควรแก้ไขร่วมกันกับการทำหัตถการฟื้นฟูผิวอื่น ๆ
โปรแกรมฉีดโบท็อกลดรอยตีนกา ระยะเวลาเห็นผล-อยู่ได้นาน
ปกติจะเริ่มเห็นผลเต็มที่ภายใน 2–4 สัปดาห์ จากนั้นฤทธิ์ของยาอยู่ได้เฉลี่ย 3–4 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อของแต่ละคน
โปรแกรมฉีดโบท็อกริ้วรอยเป็นการฉีดตัวยาเข้าที่กล้ามเนื้อมัดเล็ก ระยะเวลาการออกฤทธิ์จะสั้นกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยที่ประมาณ 3 เดือน
แต่เคยเห็นหลายคนบอกว่าโปรแกรมฉีดโบท็อกอยู่ได้นานถึง 6 เดือน? ต้องบอกก่อนว่า โดยทั่วไปจะมีฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน แต่ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและการใช้งานกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อบริเวณหางตาหรือบริเวณที่ฉีด ก็จะเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง
ในบางรายที่ตอบสนองกับตัวยาได้ดี หรือดูแลตัวเองได้เหมาะสม อาจเห็นผลยาวนานกว่า 4 เดือนได้เช่นกัน แต่เพื่อให้รอยตีนกาดูตื้นเนียนอย่างต่อเนื่อง ควรกลับมาฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์
ปริมาณยูนิตที่เหมาะสมสำหรับการฉีดลดรอยตีนกา
สำหรับการฉีดเฉพาะจุดที่หางตาทั้งสองข้าง ปริมาณที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 25 ยูนิต โดยแพทย์จะทำการฉีดกระจายตัวยาบริเวณหางตาทั้งสองข้างอย่างแม่นยำ
หากฉีดน้อยเกินไป อาจไม่เห็นผลชัดเจน หากฉีดมากเกินไป อาจทำให้ผิวรอบดวงตาดูแข็ง ตึงแปลก ๆ หรือยิ้มแล้วตาไม่เป็นประกาย ดังนั้นควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสมกับใบหน้าแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
วิธีเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยชะลอและป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่
โปรแกรม Ultraformer III ช่วยเรื่องรอยตีนกาได้ไหม
โปรแกรม Ultraformer III ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในแง่ของการกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่รวมถึงรอยตีนกา ที่อาจเริ่มชัดและลึกกว่าเดิมได้จากความหย่อนคล้อยของผิวรอบดวงตาเมื่ออายุมากขึ้น
เครื่องนี้เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์พลังงานสูง (MMFU) โดยพลังงานจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ เสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและกระชับขึ้น
โปรแกรม Ultraformer III เน้นช่วยให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูแน่น ยืดหยุ่นขึ้น ลดโอกาสเกิดริ้วรอยลึกก่อนวัย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ใช้เข็ม และเสริมผลลัพธ์จากการดูแลผิวในระยะยาว
ก่อนตัดสินใจฉีดโปรแกรมโบท็อก ต้องรู้อะไรบ้าง
ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์เท่านั้น
เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงจุด โปรแกรมฉีดโบท็อกทุกเคสควรใช้ตัวยาที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการฉีดลดรอยตีนกาต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญสูง เพื่อป้องกันการผิดพลาด ที่อาจทำให้เกิดปัญหาตาแข็ง ยิ้มแข็ง ตามมาได้
อ่านต่อเพิ่มเติม: ฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ไหนดี? ควรเช็คอะไรก่อนฉีด?
ความเสี่ยงของการใช้โบท็อกปลอม
การใช้โบท็อกปลอมหรือยาหิ้วราคาถูก โดยฉีดกับหมอกระเป๋าหรือคลินิกไม่มีใบอนุญาต อาจทำให้ไม่เห็นผล หรือหมดฤทธิ์ไว แย่กว่านั้นคือเสี่ยงต่อการแพ้ และภาวะดื้อโบท็อก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษา หากเกิดดื้อยาจะทำให้ฉีดครั้งต่อ ๆ ไปไม่ได้ผลเลย
โปรแกรมโบท็อกลดริ้วรอยตีนกา ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน
สามารถฉีดโปรแกรมโบท็อกลดรอยตีนกา ได้ทุก 3–4 เดือน หากไม่แน่ใจว่าตัวยาจากครั้งที่แล้วหมดฤทธิ์หรือยัง แนะนำให้เข้ามาประเมินกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ก่อนฉีดต้องเตรียมตัวหรือดูแลอะไรบ้างไหม
ก่อนฉีดต้องมั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร และควรงดใช้ยาบางชนิดที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, แอสไพริน, วิตามิน E, น้ำมันปลา, อีฟนิ่งพริมโรส ประมาณ 2 สัปดาห์ รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนวันที่จะมาฉีด
สรุป รอยตีนกา ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ แต่คือเรื่องของอายุผิว
สำหรับสัญลักษณ์ของคนอารมณ์ดี ยิ้มเก่ง แต่ในทางด้านผิวหนังและความงามนั้นกำหนดว่าริ้วรอยนี้คือหนึ่งในสัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงอายุผิวที่เริ่มโรยรา หากปล่อยไว้อาจลึกขึ้นและส่งผลต่อความมั่นใจของใครหลายคนได้
ดีที่ทุกวันนี้มีวิธีช่วยลดรอยตีนกาได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะโปรแกรมฉีดโบท็อกที่เห็นผลเร็วและปลอดภัย เมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หากเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า อย่ารอให้ลึกเกินไป เพราะยิ่งรักษาไว ยิ่งได้ผลดีและดูเป็นธรรมชาติค่ะ
MEGA CLINIC มี 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่
- คลินิกความงาม กรุงเทพมหานคร MEGA CLINIC สยามสแควร์
BTS สยาม ตั้งอยู่ตรงลานโล่งข้างร้านอาหารอินเตอร์ จอดรถหน้าคลินิกได้ - คลินิกความงาม นนทบุรี MEGA CLINIC เซ็นทรัลเวสต์เกต
MRT ตลาดบางใหญ่ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 2 โซนเซ็นทรัล - คลินิกความงาม ลาดพร้าว MEGA CLINIC เซ็นทรัลลาดพร้าว
BTS ห้าแยกลาดพร้าว/MRT พหลโยธิน อยู่ในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 9 ใช้ลิฟต์ประตู C - คลินิกความงาม รังสิต ปทุมธานี MEGA CLINIC ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
อยู่ในห้างฟิวเจอร์รังสิต ชั้น G ในโรบินสัน ข้างร้าน Watsons - คลินิกความงาม ปากน้ำ ศรีนครินทร์ MEGA CLINIC ปากน้ำ
BTS ศรีนครินทร์ ติดบันไดทางออก 4 จอดรถหน้าคลินิกได้
คลินิกเดินทางสะดวก หาเจอง่าย (ดูแผนที่) ที่นี่เราให้บริการด้านความงามครบวงจร ทั้งโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อก บำรุงผิว ยกกระชับผิวหน้าดูเด็ก ลดอายุชะลอวัย ไปจนถึงโปรแกรมลดน้ำหนักสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีบริการให้ปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สามารถทักสอบถามเจ้าหน้าที่แอดมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดหัตถการ และสำรองคิวล่วงหน้าได้ทาง LINE Official: @megaclinic (มี @) โดยคลิกที่ปุ่มแอดไลน์สีเขียวด้านล่างหน้าจอได้เช่นกัน
แหล่งที่มา:
Treatment of crow’s feet lines and forehead lines with Botox: Development, insights, and impact จาก pmc.ncbi.nlm.nih.gov
CHAPTER 8 – Management of crow’s feet โดย Kate Coleman BSc, PhD, FRCS, FRCOphth จาก sciencedirect.com
Treatment of crow’s feet lines and forehead lines with Botox: Development, insights, and impact จาก pmc.ncbi.nlm.nih.gov
CHAPTER 8 – Management of crow’s feet โดย Kate Coleman BSc, PhD, FRCS, FRCOphth จาก sciencedirect.com