พวกเราอาจเคยได้ยินคำว่า “เบบี้แฟต” หรือ “ไขมันบนใบหน้า” และสงสัยว่าการมีหรือไม่มีไขมันเหล่านี้ แบบไหนดีกว่ากัน?
บางคนรู้สึกว่าไขมันทำให้หน้าบวม ไม่เป็นทรง ในขณะที่อีกหลายคนกลับรู้สึกว่าเบบี้แฟตทำให้หน้าดูเด็กละมุน บทความนี้จะพาเราไปทำความเข้าใจว่าไขมันบนใบหน้าคืออะไร เบบี้แฟตต่างจากไขมันทั่วไปอย่างไร และหากเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ไขมันเริ่มหาย หน้าเริ่มโทรม เราจะมีวิธีดูแลหรือแก้ไขอย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลรูปหน้าได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ไขมันบนใบหน้า คืออะไร
ไขมันบนใบหน้า คือ ไขมันใต้ชั้นผิวหนังที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ ของใบหน้า เช่น บริเวณแก้มบน (Upper Cheek) แก้มล่าง (Lower Cheek) ขมับ คาง และเหนียง โดยไขมันเหล่านี้มีหน้าที่รองรับผิว เพิ่มวอลุ่ม และช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ ไม่แบนหรือแห้งกร้านจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม หากไขมันกระจายตัวไม่สมดุล หรือสะสมมากเกินไปในบางจุด ก็อาจส่งผลให้ใบหน้าดูบวม หน้ากลม หรือเสียสัดส่วนได้เช่นกัน
ไขมันบนใบหน้า เกิดจากอะไรได้บ้าง
- พันธุกรรม บางคนมีใบหน้าที่สะสมไขมันมากโดยธรรมชาติ
- ฮอร์โมน โดยเฉพาะในวัยรุ่นหรือผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน
- พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น ทานอาหารมัน เค็ม หรือหวานมากเกินไป
- การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระบบเผาผลาญไขมัน
- น้ำหนักตัว ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมักมีไขมันสะสมที่ใบหน้ามากขึ้นด้วย
ไขมันบนใบหน้า ข้อดี
- ทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟู ไม่โทรมหรือซูบผอมเกินไป
- เสริมให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ มีวอลลุ่มแบบธรรมชาติ
- รองรับผิวให้ดูแน่น ไม่หย่อนคล้อยง่าย
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ ได้บางส่วน โดยเฉพาะร่องใต้ตาและร่องแก้ม
ไขมันบนใบหน้า ข้อเสีย
- อาจทำให้ใบหน้าดูบวม หน้ากลม โดยเฉพาะบริเวณกรามและเหนียง
- ใบหน้าขาดความชัดเจนของกรอบหน้า ดูไม่กระชับ
- อาจเกิดความไม่สมมาตรหากสะสมไขมันไม่เท่ากันสองข้าง
- ทำให้แต่งหน้าไม่ติดง่าย ผิวดูมันหรือหนาหนักเกินไปในบางจุด
เบบี้แฟต (Baby Fat) คืออะไร
เบบี้แฟต (Baby Fat) คือไขมันธรรมชาติที่สะสมอยู่บริเวณแก้มช่วงบน โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่นตอนต้น เป็นไขมันที่ทำให้ใบหน้าดูอวบอิ่ม น่ารัก และอ่อนเยาว์ มักมีบทบาทช่วยให้ใบหน้าได้รูปสวยอย่างเป็นธรรมชาติในช่วงวัยเจริญเติบโต
แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไขมันส่วนนี้จะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ชัดขึ้น หรือในบางคนอาจเริ่มดูโทรมเมื่อไขมันหายเร็วเกินไป
ข้อดีของการมีเบบี้แฟต
- ช่วยให้ใบหน้าดูเด็ก อ่อนเยาว์ และสดใส
- ช่วยรองรับโครงสร้างผิว ทำให้ผิวดูแน่นไม่หย่อน
- ลดความจำเป็นในการใช้ฟิลเลอร์ในช่วงวัยรุ่น
- ทำให้ใบหน้าดูหวานละมุนมากขึ้น โดยเฉพาะเวลายิ้ม
เบบี้แฟต หายตอนไหน
โดยทั่วไป เบบี้แฟตจะเริ่มหายไปเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ราวอายุ 20–25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มลดการผลิตคอลลาเจนและไขมันใต้ผิวหนัง
ในบางคนอาจสังเกตได้ว่าหน้าเริ่มเรียวหรือแบนลงตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี โดยเฉพาะหากมีพฤติกรรมที่เร่งการเผาผลาญไขมัน เช่น ลดน้ำหนักรวดเร็ว อดนอน หรือเครียดสะสม
ทั้งนี้ความเร็วในการหายของเบบี้แฟตจะแตกต่างกันในแต่ละคนตามพันธุกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน
ไขมันบนใบหน้าและเบบี้แฟตเริ่มหาย จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ใบหน้าเริ่มดูโทรม แบน ไม่มีวอลุ่ม
เมื่อไขมันบนใบหน้าหายไปมาก ผิวที่เคยดูแน่นจะเริ่มแบนลงและแสดงอาการโทรมชัดขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาและแก้มกลาง ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย ไม่สดใส แม้จะพักผ่อนเพียงพอก็ตาม
โหนกแก้มชัดขึ้น หน้าดูแข็ง
โหนกแก้มที่เคยถูกเบบี้แฟตหรือไขมันรองไว้ จะดูชัดเจนขึ้นเมื่อไขมันหาย ส่งผลให้โครงหน้าดูแข็ง หน้าหวานน้อยลง และอาจทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแสงตกกระทบทำให้เกิดเงาบนใบหน้า
หน้าตอบ ไม่สมดุล
ไขมันที่หายไปอาจทำให้บางบริเวณ เช่น Mid-cheek หรือขมับ ยุบตัว ส่งผลให้หน้าดูตอบ หรือเว้าเข้าด้านใน ซึ่งส่งผลต่อความสมดุลของใบหน้าโดยรวม ทำให้รู้สึกว่าใบหน้าเรียวแต่ดูไม่สดใส
ใบหน้าเริ่มดูไม่สมมาตร (Asymmetry)
เมื่อไขมันบนใบหน้าหายไม่เท่ากันในแต่ละข้าง หรือโครงหน้าผิดสมดุลอยู่แล้ว เบบี้แฟตที่หายจะยิ่งทำให้เห็นความไม่สมมาตรของใบหน้าชัดขึ้น เช่น แก้มข้างหนึ่งยุบมากกว่าอีกข้าง หรือแนวกรอบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน
ถ้าไขมันหายเยอะเกินไป หน้าโทรม ควรทำอย่างไร
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เติมเต็มเฉพาะจุด
เมื่อไขมันใต้ผิวเริ่มลดลงมากเกินไป ใบหน้าจะดูแบน โทรม หรือขาดวอลลุ่ม การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
(HA Filler Injection) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยคืนความอิ่มฟูให้ใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าตอบ โหนกแก้มชัด ใต้ตาลึก หรือมีความไม่สมดุลของรูปหน้า สามารถเติมเฉพาะจุดเพื่อให้ใบหน้าดูละมุนและสมดุลมากขึ้น
แนะนำบทความสำหรับอ่านเพิ่มเติม:
หน้าตอบ หน้าแก่ แก้ด้วยวิธีไหนดี?
หน้าไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร ปรับรูปหน้าให้สมส่วนด้วยวิธีไหนได้บ้าง
หน้าตอบ หน้าแก่ แก้ด้วยวิธีไหนดี?
หน้าไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร ปรับรูปหน้าให้สมส่วนด้วยวิธีไหนได้บ้าง
บริเวณที่นิยมฉีดเติมเต็ม
- แก้มตอบ หน้าแก้ม เติมให้แก้มที่ตอบและแบนดูอิ่มฟูขึ้น
- ขมับ แก้ปัญหาขมับลึกที่ทำให้ใบหน้าดูเว้ายุบไม่สมส่วน
- ใต้ตา ลดความลึกคล้ำ ให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
- ร่องแก้ม ลดร่องลึกที่ทำให้ดูมีอายุมากขึ้น
- แนวกรอบหน้า ช่วยให้รูปหน้าเรียวและคมชัด
ข้อดีของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น
- ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และละมุนขึ้น
- เติมเฉพาะจุดได้ ไม่จำเป็นต้องฉีดทั่วหน้า
- สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
- ปลอดภัย หากใช้ฟิลเลอร์แท้และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
รีวิวเคสโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คืนความอิ่มฟูให้ใบหน้า
ถ้าไขมันบนใบหน้าเยอะเกินไป ทำอย่างไรได้บ้าง
โปรแกรมฉีดแฟตสลายไขมัน (Fat-dissolving Injection)
ในกรณีที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้ามากเกินไป เช่น แก้มล่างหรือเหนียง โปรแกรมฉีดแฟตสลายไขมันเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีปัญหาใบหน้ากลม หน้าบวม โครงหน้าไม่ชัด หรือผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นจากการทำหัตถการ
การออกฤทธิ์ของตัวยา
ตัวยา Lipo-S จะทำงานโดยเข้าไปทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ไขมันแตกตัว ไขมันจะถูกปล่อยออกมาและร่างกายจะค่อย ๆ ขับออกผ่านระบบน้ำเหลือง เหงื่อ และทางเดินปัสสาวะ ภายใน 2–4 สัปดาห์หลังฉีด ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นชัดขึ้น
หากฉีดต่อเนื่องตามแพทย์แนะนำจะช่วยลดขนาดของแก้มและเหนียงได้อย่างชัดเจน
บริเวณที่นิยมโปรแกรมฉีดแฟต
- เนื้อแก้มตามแนวกรอบหน้า เพื่อลดความบวมของแก้มล่าง สำหรับคนที่หน้ากลม อยากให้หน้าดูเรียว
- เหนียงใต้คางและสันกราม กรณีที่ไขมันสะสมใต้แนวกรามมากเกินไป ช่วยให้คางชัด กรอบหน้าคมขึ้น
ตัวอย่างเคสโปรแกรมฉีดแฟต หน้าเรียวเล็ก สลายไขมันสะสม
แนะนำบทความสำหรับอ่านเพิ่มเติม:
ทำไมทำโปรแกรมฉีดแฟต แล้วไม่เปลี่ยน? แฟต Lipo-S กี่วันเห็นผล มีข้อห้ามอะไรบ้าง
แชร์วิธีลด-เพิ่มแก้ม เห็นผลไว ไม่มีผลข้างเคียง
ทำไมทำโปรแกรมฉีดแฟต แล้วไม่เปลี่ยน? แฟต Lipo-S กี่วันเห็นผล มีข้อห้ามอะไรบ้าง
แชร์วิธีลด-เพิ่มแก้ม เห็นผลไว ไม่มีผลข้างเคียง
สรุป มีหรือไม่มี เบบี้แฟตและไขมันบนใบหน้า อย่างไหนดีกว่ากัน
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและสัดส่วนของแต่ละคน คนที่มีเบบี้แฟตมากเกินไปอาจดูหน้าบวม แต่คนที่ไม่มีไขมันเลยกลับดูโทรมเกินจริง
การมีไขมันบนใบหน้าไม่ใช่เรื่องแย่ หากมีในปริมาณที่เหมาะสมและกระจายตัวอย่างสมดุล สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนปรับรูปหน้าให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็ม หรือฉีดแฟตเพื่อลดส่วนเกิน ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติและปลอดภัยที่สุด
MEGA CLINIC มี 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่
- คลินิกความงาม กรุงเทพมหานคร MEGA CLINIC สยามสแควร์
BTS สยาม ตั้งอยู่ตรงลานโล่งข้างร้านอาหารอินเตอร์ จอดรถหน้าคลินิกได้ - คลินิกความงาม นนทบุรี MEGA CLINIC เซ็นทรัลเวสต์เกต
MRT ตลาดบางใหญ่ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 2 โซนเซ็นทรัล - คลินิกความงาม ลาดพร้าว MEGA CLINIC เซ็นทรัลลาดพร้าว
BTS ห้าแยกลาดพร้าว/MRT พหลโยธิน อยู่ในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 9 ใช้ลิฟต์ประตู C - คลินิกความงาม รังสิต ปทุมธานี MEGA CLINIC ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
อยู่ในห้างฟิวเจอร์รังสิต ชั้น G ในโรบินสัน ข้างร้าน Watsons - คลินิกความงาม ปากน้ำ ศรีนครินทร์ MEGA CLINIC ปากน้ำ
BTS ศรีนครินทร์ ติดบันไดทางออก 4 จอดรถหน้าคลินิกได้
คลินิกเดินทางสะดวก หาเจอง่าย (ดูแผนที่) ที่นี่เราให้บริการด้านความงามครบวงจร ทั้งโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อก บำรุงผิว ยกกระชับผิวหน้าดูเด็ก ลดอายุชะลอวัย ไปจนถึงโปรแกรมลดน้ำหนักสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีบริการให้ปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สามารถทักสอบถามเจ้าหน้าที่แอดมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดหัตถการ และสำรองคิวล่วงหน้าได้ทาง LINE Official: @megaclinic (มี @) โดยคลิกที่ปุ่มแอดไลน์สีเขียวด้านล่างหน้าจอได้เช่นกัน







