การจะไปให้ถึงเป้าหมายการลดน้ำหนักของแต่ละคนนั้นนับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยาก ทั้งนี้
หลายคนยังมีหนึ่งนิสัยที่เป็นเหมือนกับศัตรูตัวฉกาจของการลดหุ่น คุมอาหาร นั่นคือ อาการกินจุกจิก (Binge Eating)
สำรวจตัวเอง ช่วงนี้ชอบกินจุกจิกไหม?
สาเหตุที่ทำให้กินจุกจิก เกิดจากอะไร?
หลายคนคิดว่าการกินจุกจิกเป็นเรื่องเล็ก ๆ หรือแค่ช่วยบรรเทาความหิวระหว่างมื้อ แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยจนกลายเป็นนิสัย อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว ทั้งเรื่องระบบเผาผลาญ ความอยากอาหาร และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้านล่างนี้เป็นผลกระทบสำคัญที่ควรรู้ค่ะ
- น้ำตาลในเลือดแปรปรวน การกินของหวานหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวบ่อย ๆ ทำให้น้ำตาลขึ้นเร็วและตกเร็ว ส่งผลให้หิวบ่อย
- พักผ่อนไม่พอ การนอนน้อยทำให้ฮอร์โมนความหิวสูงขึ้น และฮอร์โมนอิ่มลดลง เลยอยากกินทั้งวัน
- ความเครียด ส่งผลให้ร่างกายหลั่งคอร์ติซอล ทำให้โหยอาหารหวาน–เค็ม เพื่อคลายความเครียดชั่วคราว
- กินไม่เป็นเวลา กินข้ามมื้อ หรือปล่อยให้หิวนานเกินไป จะทำให้ร่างกายเรียกพลังงานด่วนแบบควบคุมไม่อยู่
- โปรตีน–ไฟเบอร์ไม่พอ ถ้าแต่ละมื้อมีโปรตีนหรือไฟเบอร์น้อย จะอิ่มไม่นานและหิวเร็วกว่าเดิม
- ดื่มน้ำไม่เพียงพอ บางครั้งความกระหายถูกตีความเป็นความหิว ทำให้กินจุกจิกโดยไม่รู้ตัว
- นิสัยการกินเพลิน เช่น กินไปทำงานไป ดูหนังไป ไม่รู้ตัวว่ากินเยอะแค่ไหน
ผลกระทบจากการกินจุกจิก
- เพิ่มโอกาสน้ำหนักขึ้นมาก การกินบ่อยโดยเฉพาะของว่างที่มีแคลอรีสูง ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น และสะสมเป็นไขมันได้ง่าย
- ยากต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อาหารว่างหรือขนมที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงหรือน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งแล้วลดลงเร็ว ส่งผลให้รู้สึกหิวบ่อย และอาจเสี่ยงเป็นเบาหวานได้
- ส่งผลต่อการย่อยและระบบเผาผลาญ กินบ่อยเกินไปอาจทำให้ร่างกายไม่มีเวลาพักสำหรับย่อยอาหาร และระบบเผาผลาญอาจทำงานหนักเกินไป จนอาจสร้างความไม่สมดุลในระบบย่อยและเมตาบอลิซึม
- เพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง หากของว่างที่กินบ่อยมีไขมันทรานส์ ไขมันอิ่มตัว หรือน้ำตาลมาก อาจเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดัน และการอักเสบเรื้อรัง
- ยากต่อการควบคุมพฤติกรรมการกิน การกินจุกจิกทำให้สมองชินกับการได้รับพลังงานบ่อย ๆ ส่งผลให้ควบคุมความหิวและความอยากอาหารยาก เมื่อพยายามลดน้ำหนัก
อยากแก้นิสัยกินจุกจิก ทำได้ยากไหม?
ถ้าไม่ได้เป็นภาวะที่เกิดจากโรคทางประสาท หรือโรคประจำตัว นิสัยกินจุกจิกยังพอแก้ได้อยู่ โดยอาศัย
ความมุ่งมั่นและการพยายามข่มใจตัวเองจนร่างกายเริ่มจดจำ ไม่อยากกินนู่นนี่ระหว่างมื้ออีก ซึ่งวันนี้หมอ
ก็มี 4 วิธีเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ทำได้เองมาบอกต่อกับพวกเราด้วย ดังนี้ค่ะ
1. กินอาหารที่มีประโยชน์
ควรให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและเพียงพอ ลดการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง ของมัน
ของทอด ขนมกรุบกรอบ แล้วหันมากินผลไม้ ธัญพืช ถั่ว ในปริมาณที่พอเหมาะแทน เมื่อรู้สึกอยากกินจุกจิก
2. กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ
ควรกินอาหารให้เป็นมื้อชัดเจน เช้า-กลางวัน-เย็น มื้อไหนมื้อนั้น โดยกินให้อิ่มพอดี เพื่อไม่ให้ท้องว่าง
ก่อนมื้อถัดไปจะมาถึง ในแต่ละมื้อให้กินทั้งคาร์โบไฮเดรต ผักผลไม้ และเน้นโปรตีนเพราะช่วยให้อิ่มนาน
3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ไม่ควรนอนดึกหรืออดนอน การนอนดึกทำให้เราต้องทำกิจกรรมมากขึ้น ร่างกายก็จะใช้พลังงานเยอะ
นอนดึกแล้วตื่นสาย เป็นผลให้พฤติกรรมการกินแปรปรวน เริ่มกินไม่เป็นเวลา หิวไม่เป็นเวลา
4. พยายามอย่าให้ตัวเองเครียด
หากรู้สึกว่าช่วงไหนอาจต้องเจอกับเรื่องเครียด ให้หาอะไรทำเพื่อผ่อนคลายทดแทนการอยากกินจุกจิก ข้อนี้อาจทำได้ยากเพราะหลายคนถ้าเครียดแล้วจะอยากกินของอร่อย แนะนำให้พกเป็นผลไม้ ถั่ว ขนม
แคลอรี่ต่ำ หรือดื่มน้ำเปล่าบ่อย ๆ ก็พอช่วยได้เหมือนกันค่ะ
โปรแกรมลดน้ำหนัก BeautyMeal เปลี่ยนนิสัยกินจุกจิกได้ไหม
กินจุกจิก อ้วนไหม? ผลที่ตามมาหลัก ๆ จากนิสัยกินจุกจิกคือ ร่างกายของเราจะได้รับพลังงานมากเกิน ความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว เพราะในหัวกำลังพะวงคิดแต่ว่าต้องได้กิน ไม่งั้นจะกระวนกระวายใจ ทำอะไรไม่ได้ หลังจากได้กินนู่นนี่ตามที่อยากแล้วส่วนใหญ่ก็จะอารมณ์ดีขึ้น หรือบางคนอาจรู้สึกผิดกับตัวเองไปสักพัก แต่อีกไม่นานอาการอยากกินจุกจิกก็จะกลับมาใหม่
การปรับเปลี่ยนนิสัยการกินของตัวเองนั้นเหมือนจะง่ายแต่ก็ยาก โดยเฉพาะกับคนที่ติดกินจุกจิกมาเป็น
เวลานาน กินบ่อย กินเยอะ และมีปัญหาน้ำหนักตัวร่วมด้วย เป็นผลให้ต้องมองหาตัวช่วยอย่างอื่นเพิ่มเติม
ซึ่งในทางการแพทย์จะมีสิ่งหนึ่งที่สามารถดูแลเรื่องการคุมความหิวได้โดยตรง นั่นก็คือ โปรแกรมลดน้ำหนัก BeautyMeal
โปรแกรมลดน้ำหนัก BeautyMeal หลักการทำงาน
BeautyMeal คุมความหิวได้ด้วยตัวยาที่มีชื่อว่า Liraglutide (ลิรากลูไทด์) ที่มีความคล้ายคลึงกันกับ
ฮอร์โมนคุมอิ่ม GLP-1 ซึ่งรับหน้าที่ในการสื่อสารกับสมองว่าตอนนี้รู้สึกอิ่ม ไม่อยากกินอะไรอีกแล้วนะ
เมื่อใช้ BeautyMeal ต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งตามที่แพทย์แนะนำ ร่างกายก็จะเริ่มจดจำความรู้สึกอิ่มนั้น ทำให้ความอยากกินขนม อยากกินจุกจิกระหว่างมื้อในแต่ละวันลดลง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้แผนการลดหุ่นของเราเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย
โปรแกรมลดน้ำหนัก BeautyMeal ของเมกะคลินิก เหมาะกับคนที่อยากได้ตัวช่วยปรับพฤติกรรมการกินที่ปลอดภัย อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ใช้งานง่าย สะดวก ไม่กระทบกับการใช้ชีวิประจำวัน ขณะใช้ยังคงกินข้าวมื้อหลักได้ตามปกติ หรือถ้ามีความกังวลอะไรก็สามารถขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของคลินิกได้ตลอด
建议文章
ใครที่ใช้ BeautyMeal แล้วเห็นว่าช่วยให้สัดส่วนเราลดลง หุ่นเพรียวขึ้น แต่เป็นคนที่มีแก้มเยอะ หรือหน้ากลมแล้วอยากให้หน้าเรียวมากขึ้น ลองอ่านทั้งสองบทความนี้ มีวิธีลดแก้มแบบเห็นผลชัด ช่วยให้ผอมเพรียว และหน้าเรียวไปพร้อมกัน
ปรึกษาก่อนฟรี ไม่ต้องเดินทางมาคลินิก
ใครที่กำลังต้องการปรับแก้นิสัยกินจุกจิกอย่างมีประสิทธิภาพ และสนใจโปรแกรมลดน้ำหนัก BeautyMeal ของเมกะคลินิก สามารถทักเข้ามาสอบถามแอดมินเกี่ยวกับรายละเอียดการใช้งาน โปรโมชั่นพิเศษ พร้อม
กับประเมินปัญหาเบื้องต้นทาง LINE Official: @megaclinic (มี @) หรือกดแอดไลน์ที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้
ได้เลยค่ะ